อภิรัฐ's profilepop_amon [ขอบคุณที่แวะเข...PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    September 18

    วันนี้วันเครียด

    เบื่องาบ
    โคตรจะบ้าเลย
    แม่งไม่น่าลง7ตัวเลย
    ใกล้สอบแล้วจะบ้าตาย
    5555555555555555555555555555555555555 
    September 09

    Sony ยึดปรัชญาญี่ปุ่นใส่ Function & Emotion

    Sony ยึดปรัชญาญี่ปุ่นใส่ Function & Emotion

    ถึงแม้ว่าจะยอมรับว่าได้รับผลกระทบบ้างจากหางคลื่นมรสุมการเมือง จนทำให้โซนี่ไทยมีการเติบโตเพียง 4% (ขณะที่เพื่อนบ้านในละแวกเอเชียแปซิฟิกนั้นยังคงมีการเติบโตในหลัก 2 Digits อยู่ตามปกติ) แต่ก็ไม่มีทางที่โซนี่จะยอมยกธง


    ในวันแถลงข่าวและสัมมนาผู้แทนจำหน่ายประจำปีที่ผ่านมา มร.คาซูโอะ นากาอิ กรรมการผู้จัดการ โซนี่ อิเลคทรอนิคส์ เอเชีย แปซิฟิก ประเทศสิงคโปร์ ผู้รับผิดชอบการตลาดในย่านนี้ได้ประกาศก้องว่า ปีนี้โซนี่ไทยจะกลับมาเติบโตอยู่ที่ 12% อีกครั้ง โดยกล่าวสรุปถึงภาพรวมและแนวทางการทำตลาดในภูมิภาคนี้ไว้ 4 แนวทางหลักด้วยกัน คือ

    1. Innovative & Quality Product หรือการเน้นจำหน่ายสินค้าคุณภาพสูง อาทิ สินค้าที่มีเทคโนโลยี Full HD
    2. Seamless Product Connectivity หรือการพัฒนาสินค้าทุกหมวดให้สามารถเชื่อมต่อความบันเทิงเข้าหากันผ่านระบบต่างๆ อาทิ Home Network, Bluetooth และ Wi-Fi
    3. Sony Branding การตอกย้ำความเป็นโซนี่ ผ่านแคมเปญสื่อสารการตลาดล่าสุดอย่าง Feel More Feel Difference เพื่อสร้างภาพพจน์ใหม่ของโซนี่ให้ดูกระปี้กระเปร่าขึ้นกว่าเดิม แบบ Younger, Cool & Trendy
    4. Sony United เป็นการนำเสนอประโยชน์การใช้สอยของสินค้าร่วมกันในทุกกลุ่มธุรกิจของโซนี่ทั้งหมด คือ หมวดเครื่องใช้ฟ้า (CE), Notebook (VAIO), Game (Play Station), Music (Sony Music) และ ภาพยนตร์ (Sony Pictures)

    ก็เท่ากับว่าโซนี่จะใช้การ Synergy ด้วยการดึงเอาจุดเด่นของแต่ละอุตสาหกรรมมาสร้างเป็นแต้มต่อทางการตลาดให้เห็นเป็นรูปธรรมมากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่เดิม

    ที่กล่าวมาคือความเคลื่อนไหวในภาพใหญ่

    ส่วนในภาพเล็กที่ต้องเจาะลึกลงไปในรายละเอียดนั้น มร.คาซูโอะ ซูยาม่า กรรมการผู้จัดการ บริษัท โซนี่ ไทย จำกัด ได้หยิบยกเอาคำภาษาญี่ปุ่น 2 คำขึ้นมาบรรยายให้ทุกคนฟังถึงแนวทางการทำธุรกิจ คือ WAZA กับ HEN

    WAZA ในภาษาญี่ปุ่นนั้นแปลว่า เทคนิค...


    ส่วน HEN นั้น แปลว่า การเปลี่ยนแปลง...

    ในปีนี้โซนี่ จะเป็น 2 แนวทางในการบริหารหลักที่โซนี่จะนำเอามาเป็นตัวขับเคลื่อนในตลาดเมืองไทยในสภาวะคลื่นลมแรงอันเนื่องจากอิทธิพลของมรสุมในช่วงนี้

    "WAZA เป็นคำที่นิยมใช้ในการแข่งขันกีฬายูโดของญี่ปุ่น หมายถึงวิธีที่จะทำให้ตนเองได้รับชัยชนะ ซึ่งการได้มาซึ่งชัยชนะนั้น ไม่ใช่เวทมนตร์ หากแต่เป็นการหาหนทางใหม่ๆ เพื่อจะทำสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ให้เป็นไปได้ ส่วน HEN นั้น คือการเปลี่ยนแปลงให้ดีขึ้น หรือ Much More Better" มร.คาซูโอะ อธิบาย

    ในส่วนของเทคนิคนั้น โซนี่จะยังคงเน้นให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องของเทคโนโลยีใหม่กับผู้บริโภค เพื่อสร้างหนทางในการก้าวขึ้นเป็นผู้นำจากสินค้า 5 กลุ่มหลักคือ

    1.หมวดภาพ ที่ในปีนี้โซนี่จะยังคงเน้นทำการตลาดในส่วนของ LCD TV BRAVIA โดยจะมีการเพิ่มไลน์สินค้าจากเดิมที่มีเพียง 3 ซีรีย์ เป็น 5 ซีรีย์ โดยมีจุดเด่นอยู่ที่เทคโนโลยี Full HD

    โดยที่ในงานสัมมนาดังกล่าวทางโซนี่เองก็ได้มีการนำเอาเทคโนโลยีภาพล่าสุดอย่าง OLED ที่มีความหนาเพียง 3 mm. มาโชว์ให้สื่อมวลชนได้สัมผัส ซึ่งสื่อในประเทศไทยถือเป็นประเทศที่สามของโลกที่ได้เห็นของจริง ต่อจากอเมริกา และญี่ปุ่น

    2. กล้องดิจิตอล Cyber Shot ที่จะเน้นจุดขายในเรื่องความง่ายของการใช้งาน และเพิ่มโอกาสทางการขายด้วยการกระตุ้นให้แต่ละครอบครัวจะต้องมีกล้องดิจิตอลมากกว่า 1 ตัว

    3. กล้องถ่ายวิดีโอ เน้นในเรื่องคุณภาพการเก็บไฟล์ที่มีความละเอียดสูงแบบ Full HD

    4. โน้ตบุ๊ค VAIO ที่จะเพิ่มสีสันและความหลากหลายในการใช้งานให้มากกว่าเดิม

    5. หมวดเครื่องเสียง จะเน้นเทคโนโลยีการเชื่อมต่อแบบไร้สาย ด้วยการนำเอาระบบ Bluetooth เข้ามาใช้งาน

    นอกจากนี้แล้ว โซนี่ก็จะพยายามกระตุ้นการใช้งานข้ามอุปกรณ์ของโซนี่ด้วยกัน ด้วยการ Educated ตลาดผ่านเทคโนโลยีที่มีอยู่ อย่างเช่น การให้ผู้บริโภคถ่ายวิดีโอแบบ Full HD แล้วนำมาใช้โปรแกรมตัดต่อของ VAIO หรือมารับชมผ่าน BRAVIA เป็นต้น

    ส่วนเรื่องของการเปลี่ยนแปลงนั้นโซนี่จะเน้นการพัฒนาในเรื่องของการบริการ ทั้งก่อนขาย ด้วยการส่งทีมพิเศษเข้าไปช่วยดีลเลอร์ในการจัดร้านค้าให้โดดเด่นกว่าเดิม รวมไปถึงการจัดสัมมนาเพื่อให้ความรู้กับตัวแทนจำหน่ายเกี่ยวกับเทคโนโลยีใหม่ๆของสินค้า

    ส่วนบริการหลังการขายก็จะมีการปรับปรุงคุณภาพของ Call Center ให้ดียิ่งขึ้น รวมไปถึงการจัดทำโครงการ My Sony หรือการให้บริการส่วนบุคคลสำหรับสมาชิกโดยเฉพาะ นอกจากนี้แล้วจังจะมีการพัฒนาเว็บไซต์ ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น

    แต่จุดที่น่าสังเกตอย่างหนึ่งก็คือ ในการเปิดตัวสินค้าใหม่ครั้งนี้โซนี่มีการหยิบเอาดีไซน์และสีสัน (Color Variation) มาเล่นเป็นพิเศษในตลาด LCD TV

    ที่มาของตรงนี้นั้น มร.โยจิ ฮิกาชิดะ ผู้จัดการทั่วไปกลุ่มการตลาดคอนซูเมอร์ ได้อธิบายถึงความเปลี่ยนแปลงของตลาดให้ฟังไว้อย่างน่าสนใจว่า

    "ในขณะนี้กลุ่มผู้บริโภควัยรุ่น สินค้าที่เป็น Personal Use ไม่ว่าจะเป็น Portable Music Player, กล้องดิจิตอล, กล้องวิดีโอ และ VAIO สินค้าเหล่านี้ภาพลักษณ์ของโซนี่ค่อนข้างจะตรงกับกลุ่มเป้าหมาย ดูได้จากยอดขายของ VAIO ในรอบปีที่ผ่านมานั้นพบว่ายอดขาย 60% นั้นมาจากตระกูลสี ขณะที่ 40% นั้นมาจากรุ่นสีมาตรฐาน"

    โดยในคราวนี้โซนี่ได้มีการหยิบเอาสีสันเข้าไปแต่งแต้มหมวดภาพใน LCD TV อย่าง BRAVIA S Series ซึ่งถือว่าเป็นกลุ่มสินค้าที่ใช้กันทั้งครอบครัวเข้าไปอีกหนึ่งหมวด เพื่อเป็นการขยายกลุ่มลูกค้าของสินค้าหมวดภาพตลาดบนโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับ LCD TV ที่ผู้บริโภคกลุ่มนี้มองว่าอิมเมจของ LDC TV ค่ายโซนี่ยังไม่ใช่สินค้าที่ตรงกับไลฟ์สไตล์ของตนเอง

    ทางโซนี่เองก็ยอมรับอย่างเต็มอกว่าภาพลักษณ์ของโซนี่โดยเฉพาะกับสินค้าชิ้นใหญ่ในขณะนี้นั้น ตรงกับกลุ่มเป้าหมายที่ค่อนข้างจะเป็นคนวัยทำงานคืออายุเฉลี่ย 30-40 ปี ทำให้ขาดจุดเชื่อมต่อกับกลุ่มผู้บริโภครุ่นใหม่ๆ ที่มีอายุระหว่าง 15-30 ปี

    ทางโซนี่เองก็เคยออกสินค้ามาจับกลุ่มวัยรุ่นมาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อหลายปีก่อน คือ ทีวีสี ขนาด 14 นิ้ว ที่เน้นสีสันสดใสเหมือนลูกกวาด ที่ออกมาเพื่อจับตลาดครอบครัวที่ต้องการซื้อทีวีสีขนาดเล็กที่ซื้อมาไว้ในห้องนอนเป็นเครื่องที่ 2 หรือ 3 ในบ้าน ซึ่งก็ได้รับเสียงตอบรับที่ดี เพียงแต่ว่ายังเป็นการไม้ผลัดที่ดีเท่านั้นเอง

    ฉะนั้นการหวนกลับมาให้ความสำคัญกับกลุ่มเป้าหมายคนรุ่นใหม่ที่นับวันจะมีอิทธิพลเพิ่มมากขึ้นในคราวนี้

    "ความต่อเนื่อง" จะเป็นคำที่โซนี่ต้องท่องให้ขึ้นใจ...